ซีพีเอฟแนะวิธีเลี้ยงกุ้ง ให้ปลอดเชื้ออีเอ็มเอส


.

.
ในที่สุดโรคอีเอ็มเอส (EMS) ที่ทำลายอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งไทยมาตั้งแต่ปลายปี 2555 พบทางออกในการแก้ปัญหาแล้ว ทั้งนี้ นายเปรมศักดิ์ วนัชสุนทร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เผยว่า ขณะนี้นักวิชาการจากหลายสถาบันทั้งในไทยและต่างประเทศ สรุปไปในทางเดียว กัน ต้นตอของโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย วิบริโอพาราฮีโมไลติกัส เป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ในธรรมชาติ อาจติดมากับพ่อแม่พันธุ์ถ่ายเชื้อมาสู่ลูกกุ้ง เข้าไปทำลายตับกุ้งวัยอ่อน

เชื้อโรคอีเอ็มเอสอาจตกค้างสะสมอยู่ในบ่อกุ้ง

 

“หนทางเอาชนะโรคนี้ ขณะนี้ทางซีพีเอฟ ได้ทำการคัดกรองพ่อแม่พันธุ์ปลอดเชื้อ พร้อมทั้งศึกษาและปรับปรุงกระบวนการผลิตพันธุ์ลูกกุ้ง โรงเพาะฟักทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์ลูกกุ้งที่แข็งแรง โตเร็ว และมีการเพาะเลี้ยงในโรงเรือน บ่อเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน น้ำที่ใช้ในระบบการผลิตทุกขั้นตอนต้องผ่านการฆ่าเชื้อให้ปราศจากเชื้อก่อโรคและสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อลูกกุ้งก่อนจำหน่าย”

นายเปรมศักดิ์ วนัชสุนทร

แต่การเลี้ยงลูกกุ้งให้เติบโตแข็งแรงปลอดโรคจนถึงเวลาจับขาย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ บอกว่า เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนวิธีเลี้ยง จะใช้วิธีการเลี้ยงแบบเดิมๆไม่ได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาเชื้อโรคอีเอ็มเอสได้แพร่พันธุ์สะสมตกค้างอยู่ในบ่อกุ้งเป็นจำนวนมาก

ปรับปรุงพันธุ์ลูกกุ้ง

“การปรับเปลี่ยนไม่มีอะไรมาก จากเดิมที่เคยเลี้ยงกันทุกบ่อเต็มพื้นที่ จะต้องลดจำนวนบ่อเลี้ยงลงมาครึ่งหนึ่ง ที่เหลืออีกครึ่งให้ทำเป็นบ่อพักน้ำและปรับสภาพน้ำด้วยสารชีวภาพ สำหรับบ่อที่ใช้เลี้ยงกุ้ง ต้องมีการทำความสะอาด ล้างขุดขี้เลนขี้กุ้ง เศษอาหารกุ้งตกค้างออกไปให้หมด เพราะแหล่งสะสมของเชื้อโรค และบริเวณใจกลางบ่อ ให้ขุดเป็นหลุมลึกพอประมาณ ไว้รองรับการตกตะกอนของสิ่งสกปรกต่างๆ จะได้ไหลมารวมกัน จากนั้นตากบ่อให้แห้งประมาณ 1 สัปดาห์ ถ่ายน้ำจากบ่อพักเข้าบ่อเลี้ยง ทิ้งให้น้ำปรับสภาพอีก 1 สัปดาห์ จึงปล่อยลูกกุ้งลงบ่อ”

กุ้งโตเร็ว แข็งแรง และปลอดเชื้อโรคอีเอ็มเอส

นายเปรมศักดิ์ แนะอีกว่า ตลอดการเลี้ยง 90 วัน ในช่วง 30 วันแรก ให้ดูดขี้เลนจากหลุมก้นบ่อสัปดาห์ละครั้ง เดือนที่ 2 เมื่อกุ้งมีขนาดใหญ่ กินอาหารมากขึ้น จะดูดขี้เลนจากหลุมก้นบ่อทุกวัน และควรเปิดกังหันเติมอากาศตีน้ำในบ่อให้ไหลเป็นวงกลม เพื่อตะกอนสิ่งสกปรกต่างๆจะได้ไหลไปรวมอยู่ในหลุมก้นบ่อ การดูดขี้เลนขณะเลี้ยงกุ้งจะได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.

Facebook Comments